คุณแม่คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ สาขาทัศนศิลป์ เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานด้านการทอผ้าแพรวา จนกระทั่งเกิดความเชี่ยวชาญและได้พัฒนารูปแบบลวดลายให้สวยงามทั้งแบบดั้งเดิมและแบบสมัยนิยม สามารถประดิษฐ์ลวดลายได้อย่างประณีตงดงาม ได้คิดลวดลายผ้า ค้นลวดลายผ้าแพรวารูปแบบใหม่ ๆ เพิ่มเติม ตามจินตนาการ อีกทั้งยังได้คิดประดิษฐ์รูปแบบการทอผ้าที่เรียกว่า “เขาลาย หรือ ตะกรอลาย” เพื่อช่วยเพิ่ม ความสะดวกในการประดิษฐ์ลวดลายแพรวาให้สามารถทอเป็นแบบเดียวกันอย่างเป็นระบบทั้งผืน นับเป็นมิติ การทอผ้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค นางคําสอน สระทองได้เป็นผู้นํากลุ่มทอผ้าไหมแพรวานําผ้าไหมแพรวายาวที่สุด ในโลก 99 เมตร 60 ลาย ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และผ้าไหมแพรวาอ่านต่อที่นี่
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 03.ภูมิปัญญาชาวบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 03.ภูมิปัญญาชาวบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
ผ้าไหมแพรวา อำเภอคำม่วง
ผ้าแพรวามีความหมายรวมกันว่า ผ้าทอเป็นผืนที่มีขนาดความยาว ๑ วา หรือ ๑ ช่วงแขน ใช้สำหรับคลุมไหล่หรือห่มสไบเฉียงที่เรียกว่าผ้าเบี่ยงของชาวผู้ไทย ซึ่งใช้ในโอกาสที่มีงานเทศกาลบุญประเพณีหรืองานสำคัญอื่นๆ โดยประเพณีทางวัฒนธรรมของหญิงสาวชาวภูไทจะต้องยึดถือปฏิบัติคือ จะต้องตัดเย็บผ้าทอ ๓ อย่างคือ เสื้อดำ ตำแพร (หมายถึงการทอผ้าแพรวา) ซิ่นไหมอ่านต่อที่นี่
นายสุนัน มิทะลา โคก-หนอง-นา-สวน-ป่า-สมุนไพร
ถีชีวิตคนอีสานในอดีตช่วง 40-50 ปี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นชุมชนหรือหมู่บ้านเกษตรกรรมทำนาเป็นอาชีพหลัก เน้นการพึ่งตนเอง พึ่งธรรมชาติในเรื่องของปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต เนื่องจากยุคสมัยเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นายสุนัน มิทะลา บ้านโนนตูม หมู่ที่ 4 ตำบลหนองตอกแป้น อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่แปลงนา เพื่อออกแบบพื้นที่ให้สามารถทำการเกษตรหลากหลาย ไม่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือเมื่อหมดฤดูเพาะปลูก ก็จะไม่สามารถเพาะปลูกพืชใดๆ ได้ต่อไปอีก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ใช้ในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (อย่างเช่นข้าว ข้าวโพด) ก่อให้เกิดปัญญาหนี้สิน พึ่งพาตนเองไม่ได้ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา เครื่องจักรการเกษตร ปัญหาสุขภาพ ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อมา นายสุนัน มิทะลา ได้มีการพัฒนาพื้นที่แปลงนามาอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งพื้นที่ทำการเกษตร ที่มีอยู่ จำนวน 30 ไร่ แบ่งมาทำ “โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล” จำนวน 15 ไร่ อ่านต่อที่นี่
เย็บเสื้อด้วยจักร ปักด้วยมือและย้อมผ้าด้วยคราม กลุ่มสตรีคำบง
กลุ่มเย็บเสื้อด้วยจักรปักด้วยมือ และย้อมผ้าด้วยคราม ของกลุ่มสตรีคำบง เดิมได้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นการหารายได้เสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว จาการรวมตัวของสตรีผู้มีความสามารถทางด้านการปักเย็บเสื้อผ้าเมืองที่ย้อมด้วยน้ำคราม จำนวน 7 คน ได้ร่วมกันทอผ้าฝ้ายแล้วย้อมด้วยน้ำคราม อันได้จากน้ำหมักของต้นคราม ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของชาวภูไทที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อ่านต่อที่นี่
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)
