TKP HEADLINE

แหล่งปลาโบราณภูน้ำจั้น

 


เมื่อ พ.ศ.2541 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเหล่าใหญ่และใกล้เคียงได้พบชิ้นส่วนวัตถุลักษณะเป็นเกล็ด บริเวณภูน้ำจั้นและพื้นที่ใกล้เคียงและเชื่อว่าเป็นเกล็ดงูขนาดใหญ่โดยเกล็ดเหล่านี้มีรูปร่างสี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูน สีดำ แข็ง และเป็นเงาวาว และมีชาวบ้านบางส่วนเก็บเอาไปเป็นสมบัติส่วนตัว บางส่วนเชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้โดยนำไปแช่น้ำและดื่ม แต่ต่อมาเกิดอาเพศมีเหตุร้ายเกิดกับผู้ที่นำเกล็ดไปเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

ชาวบ้านที่เก็บเกล็ดไปไว้จึงพากันนำเกล็ดเหล่านั้นไปถวายไว้ที่วัดโพนพิมาน อ่านต่อที่นี่

นายสุนัน มิทะลา โคก-หนอง-นา-สวน-ป่า-สมุนไพร

 

ถีชีวิตคนอีสานในอดีตช่วง 40-50 ปี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นชุมชนหรือหมู่บ้านเกษตรกรรมทำนาเป็นอาชีพหลัก เน้นการพึ่งตนเอง พึ่งธรรมชาติในเรื่องของปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต เนื่องจากยุคสมัยเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นายสุนัน มิทะลา บ้านโนนตูม หมู่ที่ 4 ตำบลหนองตอกแป้น อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่แปลงนา เพื่อออกแบบพื้นที่ให้สามารถทำการเกษตรหลากหลาย ไม่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือเมื่อหมดฤดูเพาะปลูก ก็จะไม่สามารถเพาะปลูกพืชใดๆ ได้ต่อไปอีก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ใช้ในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (อย่างเช่นข้าว ข้าวโพด) ก่อให้เกิดปัญญาหนี้สิน พึ่งพาตนเองไม่ได้ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา เครื่องจักรการเกษตร ปัญหาสุขภาพ ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อมา นายสุนัน มิทะลา ได้มีการพัฒนาพื้นที่แปลงนามาอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งพื้นที่ทำการเกษตร ที่มีอยู่ จำนวน 30 ไร่ แบ่งมาทำ “โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล” จำนวน 15 ไร่ อ่านต่อที่นี่

สิมโบราณ วัดสว่างโพธิ์ศรี ที่รวมศรัทธาและความเชื่อของชุมชน


 สิม คือ โรงที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรมต่างๆ เป็นภาษาพื้นถิ่นทางเหนือและทางภาคอีสานของประเทศไทย โดยมีความหมายเดียวกันกับโบสถ์หรืออุโบสถของทางภาคกลาง ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นในวัดวาอาราม วัสดุที่นำมาก่อสร้างและตกแต่ง ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและคติความเชื่อของชาวอีสานได้เป็นอย่างดี สิมในภาคอีสานมีขนาดไม่ใหญ่โต เป็นสิมเล็กๆ มีเพียงพื้นที่ไว้ให้พระสงฆ์ไว้ทำสังฆกรรมเท่านั้น อ่านต่อที่นี่

วัดสว่างหัวนาคำ

 

วัดสว่างหัวนาคำ เป็นวัดเก่าแก่ประจำหมู่บ้านมาช้านาน เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดบ้าน หรือวัดใหญ่” ตั้งอยู่เลขที่ ๒ หมู่ที่ ๑ บ้านหัวนาคำ ตำบลหัวนาคำ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๒๗๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๔๒ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนอุโบสถหลังเก่าที่ทรุดโทรม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๑ และได้ขอพระราชทานขยายเขตวิสุงคามสีมาเพิ่ม เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๒ ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๘๗ ตารางวา พื้นที่ตั้งวัดและบริเวณโดยรอบเป็นที่ราบเรียบ ลักษณะ ๔ เหลี่ยม มีถนนและหมู่บ้านล้อมรอบ อ่านต่อที่นี่

โคก-หนอง-นา-สวน-ป่า-สมนไพร


 วิถีชีวิตคนอีสานในอดีตช่วง 40-50 ปี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นชุมชนหรือหมู่บ้านเกษตรกรรมทำนาเป็นอาชีพหลัก เน้นการพึ่งตนเอง พึ่งธรรมชาติในเรื่องของปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต เนื่องจากยุคสมัยเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นายสุนัน มิทะลา บ้านโนนตูม หมู่ที่ 4 ตำบลหนองตอกแป้น อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่แปลงนา เพื่อออกแบบพื้นที่ให้สามารถทำการเกษตรหลากหลาย ไม่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือเมื่อหมดฤดูเพาะปลูก ก็จะไม่สามารถเพาะปลูกพืชใดๆ ได้ต่อไปอีก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ใช้ในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (อย่างเช่นข้าว ข้าวโพด) ก่อให้เกิดปัญญาหนี้สิน อ่านต่อที่นี่

การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม

 

กุ้งก้ามกราม โดยธรรมชาติสามารถพบเห็นได้ตามแม่น้ำลำคลอง แทบทุกจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งสมัยก่อนนั้นกุ้งชนิดนี้ค่อนข้างชุกชุมจับได้ง่าย ชาวบ้านนำมาประกอบอาหารตามครัวเรือน หรืออาจจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านทั่วไปที่ไปจับหา แต่ด้วยสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้กุ้งก้ามกรามที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้ปริมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงทำให้เกิดการเลี้ยงเป็นเชิงการค้ามากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค อ่านต่อที่นี่

ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน บ้านเชียงงาม

 

เป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปในด้านการเกษตรผสมผสานเกษตรทฤษฏีใหม่ การปลูกพืชหลากหลายชนิด การประมง การเลี้ยงไข่ผำ (ไข่น้ำ) การอบรมให้ความรู้ด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยกระบวนการทำบัญชีครัวเรือน ซึ่งลักษณะการจัดกิจกรรมจะเป็นแบบพักค้างแรม หลักสูตร 3 วัน 2 คืน การจัดกิจกรรมเน้นการสาธิตและให้ผู้เข้ารับการอบรมรมได้ลงมือปฏิบัติจริงซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้จริง จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษาและประชาชน อ่านต่อที่นี่

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand